น้ำหนักน้อยเกินไป...อาจเป็นภัยต่อสุขภาพ?

บางครั้งก็เป็นการยากที่จะระบุชัดเจนลงไปว่าความพอดีอยู่ตรงจุดไหน
เมื่อใดจึงจะเรียกได้ว่าอ้วน และเมื่อใดจึงจะจัดว่าผอมเกินไป

แม้ว่าความผอมอาจจะเป็นหุ่นที่หลายๆ คนต้องการ แต่ความผอมที่มากเกินไปก็อาจเป็นปัญหาได้ อาการ “กินเท่าไรก็ไม่อ้วน” ทั้ง ๆ ที่เป็นคนกินจุ กินเยอะ จัดบุฟเฟ่ต์บ่อย ๆ แต่น้ำหนักกลับไม่ขึ้น ต่างกับบางคนทั้ง
ออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร น้ำหนักก็ไม่ลงให้ง่าย ๆ เห็นแบบนี้ อย่าเพิ่งอิจฉาคนที่กินเท่าไรก็ไม่อ้วนเลย เพราะจริง ๆ แล้วสาเหตุที่ทำให้กินเยอะ แต่น้ำหนักยังอยู่กับที่ นั่นกำลังบ่งบอกว่า คุณกำลังมีปัญหาสุขภาพอยู่ก็ได้

          ผอมจากกรรมพันธุ์ คนผอมบางคนก็อาจจะมาจากเพราะกรรมพันธุ์ที่ผอมอยู่แล้ว จึงทำให้ทานอาหารไปเท่าไหร่ก็ไม่ยอมอ้วนสักที โดยความผอมจากกรรมพันธุ์เหล่านี้สามารถที่จะแก้ไขได้หากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิต เพื่อที่จะช่วยเพิ่มน้ำหนักให้มากขึ้นได้

          พยาธิ การที่ร่างกายเราผอมแห้ง กินแล้วไม่อ้วน อาจเป็นไปได้ว่ากำลังมีพยาธิสะสมอยู่ ไม่ว่าจะเป็นพยาธิตัวตืด พยาธิเส้นด้าย หรือพยาธิปากขอ ซึ่งพยาธิเหล่านี้จะเข้าไปแย่งสารอาหารที่เราทานเข้าไป จนทำให้ร่างกายไม่สารถดูดซึมได้  นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เราน้ำหนักไม่ขึ้น ซึ่งนอกจากพยาธิจะเข้าไปแย่งสารอาหารแล้ว ยังส่งผลเสียต่อร่างกาย โดยทำให้มีอาการปวดท้อง ท้องเสีย ทานอาหารเยอะแต่น้ำหนักไม่ยอมขึ้นสักที

          โรคลำไส้แปรปรวน โรคลำไส้แปรปรวน เป็นโรคที่ทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมสารอาหาร จึงทำให้ได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ ตามที่ร่างกายควรได้รับ และทำให้น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์

          โรคขาดสารอาหาร อาการขาดสารอาหารเกิดมาจากพฤติกรรมการกินที่ผิดวิธี โดยทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ในแต่ละวัน หรือทานอาหารในปริมาณน้อยเกินไป ซึ่งอาจจะเน้นทานอาหารประเภทใดประเภทหนึ่งเยอะเกินไป จึงทำให้ร่างกายขาดสารอาหารได้ โดยเฉพาะการไม่ทานคาร์โบไฮเดรตหรือโปรตีน ซึ่งเป็นสาเหตุให้ร่างกายขาดสารอาหาร รวมไปถึงยังทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรงได้อีกด้วย

          โรคการกินผิดปกติ เป็นปัญหาทางจิตเกี่ยวกับการทานอาหารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและส่งผลต่อน้ำหนักตัวในระดับต่ำกว่าเกณฑ์ โดยโรคที่เกี่ยวกับการกินผิดปกติจะได้แก่ โรคบูลิเมียร์ เนอร์โวซา (Bulimia nervosa) ที่กินแล้วจะล้วงคอหรืออาเจียนออกมาก และ โรคอะนอร์เร็กเซีย เนอร์โวซา (Anorexia nervosa) หรือที่เรียกว่า โรคคลั่งผอม

          ไทรอยด์เป็นพิษ อาการไทรอยด์เกิดมาจากระดับฮอร์โมนของต่อมไร้ท่อในร่างกาย แล้วไปกระตุ้นระบบเผาผลาญพลังงานและฮอร์โมนในร่างกายมากเกินไป จึงทำให้ร่างกายไม่ยอมอ้วนถึงแม้จะทานเยอะ

          โรคเบาหวาน ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน จะมีปัญหาเกี่ยวกับระดับน้ำตาลในกระแสเลือดที่มากกว่าปกติ เนื่องมาจากการขาดอินซูลีน โดยร่างกายจะไม่สามารถนำน้ำตาลมาใช้เป็นพลังงานได้ แล้วร่างกายก็จะดึงโปรตีนจากกล้ามเนื้อมาใช้งานแทน ทำให้ร่างกายซูบผอม น้ำหนักขึ้นยาก

          โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง ลำไส้อักเสบเรื้อรัง เป็นโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร ซึ่งจะสังเกตุได้ว่าจะมักจะมีอาการท้องเสียเป็นประจำ ทานเข้าไปแล้วขับถ่ายออกมาเลย ซึ่งก็อาจจะมีอาการอย่างอื่นร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็น อาการขาดสารอาหาร น้ำหนักลดลง รวมไปถึงขับถ่ายเป็นเลือด

          โรคมะเร็ง มะเร็งส่งผลเสียต่อร่างกายโดยรวม โดยผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็ง มักจะมีอาการที่ส่งผลต่อระบบเผาผลาญที่ส่งผลให้ร่างกายซูบผอม น้ำหนักลด รวมไปถึงอาจมีอาการท้องผูก สลับกับท้องเสียในช่วง 6 เดือนแรก ที่ส่งผลต่อน้ำหนักตัวอย่างชัดเจน

          ซึ่งโรคเหล่านี้อาจจะเป็นสภาวะที่สังเกตุได้จากอาการผอมจนเกินไป และทานอาหารเท่าไหร่ก็ไม่ยอมอ้วน โดยหากคุณสังเกตุอาการตั้งแต่เนิ่นๆ ก็อาจจะค้นพบว่าเหตุว่าความผอมที่เกินพอดีของคุณนั้นเกิดมาจากอะไร และหากพบว่าเป็นโรค ก็จะได้รีบทำการรักษาให้อาการทุเลา เพิ่มโอกาสให้หายจากโรคนั้นได้ในที่สุด


กินอย่างไรน้ำหนักก็ไม่ขึ้น แต่หากเป็นเพียงแค่รับประทานอาหารแล้วทำอย่างไรน้ำหนักก็ไม่ขึ้น ไม่แนะนำให้รับประทานอาหารหวานจัด เค็มจัด หรือมีไขมันสูง เพื่อให้ได้แคลอรี่มากๆ เพราะจะทำให้เสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง แต่ควรรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูง เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ (แทนการเพิ่มน้ำหนัก แต่พุงยื่นแทน) เช่น นม ไข่ ถั่ว ธัญพืช (ซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรตที่มีประโยชน์) ร่วมกับออกกำลังกายแบบเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เช่น ยกน้ำหนัก เล่นเวท  โยคะ พิลาทิส ฯลฯ ซึ่งนอกจากจะเพิ่มน้ำหนักกล้ามเนื้อแล้วยังช่วยเสริมสร้างกระดูก ป้องกันภาวะกระดูกบางอีกด้วย วิธีอื่น ๆ ได้แก่ คลายเครียดด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น หางานอดิเรกที่ชอบ ดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ เลื้ยงสัตว์ รวมทั้งหยุดสูบบุหรี่ แถมอีกนิดสำหรับอาหาร เราควรเพิ่มแคลอรีอาหารให้เพียงพอกับความต้องการของแต่ละคน (ตามเพศและวัย) ดังนี้

หากต้องการเพิ่มน้ำหนัก อาจเพิ่มปริมาณแคลอรี่ต่อวันขึ้นอีกประมาณ 500 กิโลแคลอรี่ต่อวัน โดยอาจแบ่งเป็นหลายๆ มื้อ อย่าลืมว่าไม่ควรเพิ่มแคลอรี่จากอาหารหวานและมัน ควรเพิ่มจากโปรตีนมากกว่า

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก

https://www.sanook.com/health/12813/
https://health.kapook.com/view158485.html
https://www.thairath.co.th/lifestyle/woman/165487

>