โพรไบโอติกคืออะไร

ร่างกายเราเต็มไปด้วยจุลินทรีย์มากถึง 100 ล้านล้านตัว ในขณะที่เซลล์มนุษย์มีเพียงแค่ 10 ล้านล้านเซลล์เท่านั้น ซึ่งจุลินทรีย์จะอยู่รวมกันเป็นสังคมขนาดใหญ่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย อย่างเช่น ในกระเพาะ ลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ จะมีจุลินทรีย์อยู่มากถึง กว่า 100,000 ล้านตัว ทีเดียว และมีอยู่มากมายสายพันธุ์ โดยจุลินทรีย์ทั้งหมดนี้ 85% จัดเป็นจุลินทรีย์ดีที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งเราเรียกจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์เหล่านี้ว่า โพรไบโอติก 

 

ประโยชน์ของโปรไบโอติก (Probiotic) 

1.  ป้องกัน และบรรเทาอาการท้องเสีย

     อาการท้องเสีย เป็นความทรมานของร่างกายที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย ซึ่งพบได้บ่อยในเด็กเล็กผู้สูงอายุ และผู้ที่มีปัญหาเรื่องระบบทางเดินอาหาร (ท้องเสียเรื้อรัง) ในต่างประเทศมีการวิจัยวิธีแก้ปัญหานี้โดยแพทย์ได้นำเอาโปรไบโอติก (Probiotic) ในกลุ่มแลคโตบาซิลลัส (Lactobacillus) มาใช้ป้องกันภาวะท้องเสียในเด็กขาดอาหารโดยเฉพาะเด็กที่ไม่ได้รับการเลี้ยงดูด้วยนมแม่ ซึ่งผลลัพธ์พบว่าสามารถป้องกันได้ และยังลดระยะเวลา รวมถึงความรุนแรงของอาการท้องเสียที่เกิดจากภาวะอาหารเป็นพิษ และได้ผลดีมากในกลุ่มที่เกิดอาการท้องเสียจากเชื้อไวรัสโรต้า (Rotavirus)
     นอกจากนี้ยังมีการใช้โปรไบโอติกจากยีสต์ (Saccharomyces boulardii) ในกรณีป้องกันและรักษาอาการท้องเสียเฉียบพลันในนักท่องเที่ยว และผู้สูงอายุที่เกิดจากการติดเชื้อ Clostidium difficile ในลำไส้ใหญ่ หลังจากการรับประทานยาปฏิชีวนะและป้องกันการเกิดซ้ำของโรคได้ โดยเฉพาะการใช้ต่อเนื่อง 28 วัน พบว่าช่วยลดโอกาสการเกิดซ้ำเหลือเพียงร้อยละ 34.6

2.  แก้ปัญหาท้องผูก และรักษาโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง

 โปรไบโอติก (Probiotic) กลุ่มแลคโตบาซัลลัส สามารถช่วยลดภาวะอักเสบของลำไส้ โดยการปรับสภาพของระบบทางเดินอาหารและลำไส้ให้กลับมาสู่ภาวะปกติทำให้เยื่อบุลำไส้หลั่งสารพิษออกมาน้อยลง นอกนี้ยังช่วยปรับลดปริมาณจุลชีพในลำไส้ ซึ่งเป็นสาเหตุการอักเสบทำให้ช่วยลดการอักเสบได้เป็นอย่างดี และสามารถลดการอักเสบซ้ำได้โดยการใช้แลคโตบาซิลลัสและบิฟิโดแบคทีเรียม

3.  เพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกายและรักษาโรคภูมิแพ้

 การที่เด็กมีโปรไบโอติก (Probiotic) ในลำไส้อย่างเพียงพอ จะช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่อการติดเชื้อได้ดี โดยเฉพาะป้องกันภาวะท้องเสียหรือการติดเชื้อในช่องท้อง นอกจากนี้สามารถลดการติดเชื้อในส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้ เช่น ปอดโดยการเพิ่มภูมิคุ้มกันทั้งในลำไส้และในกระแสเลือด และลดการติดเชื้อแบคทีเรียได้หลายชนิด 
     สำหรับเด็กที่มีอาการภูมิแพ้ หรือมีน้ำมูก ผื่นคัน หอบหืด จนกลายเป็นโรคเรื้อรัง พบได้มากพอสมควร หลายรายมีอาการรุนแรงจนต้องใช้วิธีรักษาจำเพาะหลายรูปแบบ การให้โปรไบโอติกเป็นหนึ่งในวิธีที่จะช่วยปรับสภาพภูมิคุ้มกันในร่างกายช่วยลดการอักเสบและทำให้ปัญหาภูมิแพ้ลดลง ซึ่งมีการใช้ทั้งแลคโตบาซิลลัสและบิฟิโดแบคทีเรียม

4.  ป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่  

     แบคทีเรียที่อยู่ในลำไส้ใหญ่ มีส่วนของการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยการสร้างสารก่อมะเร็งหรือเป็นตัวร่วมในการก่อมะเร็ง โดยเฉพาะผู้ที่ชอบรับประทานอาหารประเภทไขมันและเนื้อสัตว์จำนวนมาก จะยิ่งทำให้เป็นการเพิ่มสารในกลุ่มไนโตรเจนและอะโรมาติคเอมีนที่เป็นสาเหตุของมะเร็งลำไส้ใหญ่มากขึ้น แต่ถ้ามีโปรไบโอติกที่ดีในลำไส้เพียงพอก็จะสามารถช่วยเปลี่ยนสภาพแบคทีเรียในลำไส้ ป้องกันไม่ให้เกิดสารพิษเหล่านี้ได้            

5.  ช่วยบรรเทาอาการท้องผูก

 ‘ท้องผูก’ ปัญหาสุขภาพระบบทางเดินอาหารที่นับวันคนไทยจะเป็นมากขึ้น มีการศึกษาเก็บสถิติพบว่า 24% ของคนไทยคิดว่าตัวเองมีปัญหาท้องผูก และมี 8% ที่พบปัญหาในการเบ่งอุจจาระลำบาก และอีก 3% มีปัญหาถ่ายอุจจาระได้น้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์  ฉะนั้นการได้รับโปรไบโอตติก (Probiotic) อย่างเพียงพอสามารถช่วยลดอาการท้องผูกได้

สั่งวันนี้ มีโปรโมชั่น!!!!

พร้อมเทรนเนอร์ส่วนตัวแนะนำเรื่องการดูแลตัวเองเพื่อผลลัพธ์ที่เห็นผลในกล่องแรก! 


โทรเลย! 0656074104

>